Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

การจัดการศึกษาและปรึกษาทางไกล
เพื่อสนับสนุนบริการเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการสุขภาพปฐมภูมิ
Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

Select language ไทย | English

สาธารณสุขชนบท rural health

บทที่ 19 มุมมองพื้นฐานต่อความเป็นชุมชน

by Admin @January,11 2011 21.59 ( IP : 61...130 ) | Tags : สาธารณสุขชนบท rural health

Rural  Health  สุขภาพคนชนบท บทที่  19  มุมมองพื้นฐานต่อความเป็นชุมชน


สถานการณ์ด้านสุขภาพของคนไทยในทุกวันนี้  ไม่ว่าภาคใดก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก  กล่าวคือปัญหาด้านสุขภาพได้เปลี่ยนผ่านจากปัญหาในอดีต  ซึ่งเป็นปัญหาของความยากจนเช่นการขาดน้ำสะอาดในการบริโภค การไม่มีระบบสุขาภิบาล  การเข้าไม่ถึงสถานบริการ  ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่เฉพาะในพื้นที่ห่างไกลชายขอบของประเทศเป็นส่วนใหญ่  อาจพบบ้างตามแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่  อีกทั้งปัญหาจากโรคระบาดโรคติดเชื้อเช่นกาฬโรค โปลิโอ อหิวาตกโรค  โรคภัยเหล่านี้น้อยลงจนแทบไม่รบกวนสุขภาพคนไทยอีกต่อไป ปัญหาสุขภาพของคนไทยในปัจจุบันเป็นปัญหาของประเทศที่กำลังพัฒนาไปสู่ความทันสมัย  เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับสภาพสังคมและการทำงาน  วิถีชีวิตแบบใหม่  ค่านิยม พฤติกรรมสุขภาพ ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย  จนทำให้ปัญหาสุขภาพไม่ใช่ปัญหาสาธารณสุขอีกต่อไป  เป็นปัญหาโดยรวมของสังคม  ซึ่งชนบทเองก็มีสภาพการณ์ที่ไม่ได้แตกต่างจากเมืองมากนัก แต่ในชนบทนั้น  ยังมีทุนทางสังคมที่มีพลังสูงยิ่งอยู่หลายประการ  หนึ่งในนั้นคือ “ความเป็นชุมชน” ชุมชน ก็คือครอบครัวขนาดใหญ่  วิถีของคนชนบทนั้น  เป็นวิถีของการใช้แรงงานเป็นกำลังหลัก  ประกอบกับความขาดแคลนในท้องถิ่น  ทำให้การช่วยเหลือเกื้อกูล  เอื้อเฟื่อแบ่งปัน เป็นสิ่งที่จำเป็น
วิถีเกษตรในชนบทนั้น  โดยเฉพาะในอดีต  การปลูกพืชผักล้วนเพื่อการบริโภคในครัวเรือน  ผลเงาะที่สุกแดงเต็มต้น  รับประทานกันเองในครอบครัวย่อมทานไม่หมด  จะนำไปขายก็ไกลและเหนื่อยเกินกว่าที่จะเป็นไปได้  ตู้เย็นก็ไม่มี  การแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านและคนในชุมชนจึงเป็นวิถีดีที่สุด  ครัวของเพื่อนบ้านคือตู้เย็นขนาดใหญ่ที่เก็บรักษาอาหารสดสำหรับคนชนบท  เพราะเมื่อเพื่อนบ้านมีพืชผักที่ออกผลก็จะแบ่งปันมาให้เราเช่นกัน  วิถีชนบทจึงหลีกเลี่ยงการเกื้อกูลกันไม่ได้ ชีวิตในชนบทนั้น  ต้องพึ่งพากัน  เมื่อเกิดภัยธรรมชาติไม่ว่าน้ำท่วม  พายุฝนลมแรง  เกิดต้นไม้ล้มขวางทางเดินในหมู่บ้าน  ชาวบ้านก็ต้องลงแรงร่วมกันจัดการ  เพราะไม่มีองค์กรราชการไหนจะมาทำให้  สร้างฝายกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง  ซ่อมแซมสะพานไม้ที่ชำรุด  สร้างศาลาโรงธรรม  แม้แต่การจัดงานบวช งานศพ งานแต่งงาน ก็ถือว่าเป็นงานของชุมชนที่ทุกคนต้องมาช่วยกันคนละไม้ละมือ  คนในชนบทแม้มีเงินก็ไม่สามารถจัดงานศพแบบคนในเมืองได้  ที่ไปจ้างร้านดอกไม้มาตกแต่งในงาน  จ้างร้านอาหารมาจัดอาหารว่าง  จ้างเด็กวัดช่วยทำความสะอาด  จ้างแม้กระทั่งคนนอนเฝ้าศพในยามวิกาล  แต่สังคมในชนบทมีเงินก็หาผู้รับจ้างไม่ได้  และที่สำคัญนี่ไม่ใช่วิถีของคนชนบท  การขอแรง การร่วมมือร่วมใจประดุจคนในครอบครัวเดียวกันจึงเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของชนบทในทุกภาคทุกประเทศ
เมื่อมีความขัดแย้งในชุมชน  ลูกหลานระหว่างสองครอบครัวเกิดทะเลาะกัน  ผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนก็ต้องลงมาสะสางความขัดแย้งให้  มีการพิจารณาเหตุ ตัดสินถูกผิดด้วยบรรยากาศที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย  ให้เกิดความสมานฉันท์  หรืออาจเรียกได้ว่า  การตัดสินของผู้นำในชุมชนนั้น  มักตัดสินให้เป็น win win  situation หรือสถานการณ์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายชนะเสมอ  เช่น ให้ทั้งคู่ขอโทษและเลิกราต่อกัน  หรือให้ทั้งคู่แต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีไป  ด้วยความไกลปืนเที่ยงจากอำนาจรัฐ  ทำให้ชุมชนต้องพยายามจัดการปัญหาทุกอย่างด้วยตนเอง  น้อยกรณีที่ต้องไปพึ่งตำรวจพึ่งศาล
ความเป็นชุมชนจึงเกิดขึ้นจากการสะสมของความร่วมมือเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง  และเป็นรากฐานของการพัฒนาชุมชนชนบทเรื่อยมา แต่ในปัจจุบัน  ในท่ามกลางระบบในสังคมที่มีความซับซ้อนสูง  มีการสร้างกลไกใหม่ๆมากมายขึ้นมาเกี่ยวพันกับชุมชน  เพื่อหวังแก้ปัญหาต่างๆทั้งในชุมชนและระหว่างชุมชน  กลไกใหม่เหล่านี้ที่สำคัญมี 3 กลไก ได้แก่ 1.กลไกของภาคราชการหลากหลายกระทรวงได้เข้ามาแทรกตัวถึงในชุมชนในหลายรูปแบบ  ทั้งที่ผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน  ซึ่งเป็นบุคคลที่เชื่อมต่อระหว่างรัฐกับชุมชน  นอกจากนี้ยังมีการต่อตรงลงมาในหมู่บ้าน เช่น การเข้ามาของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย  เกษตรตำบล  พัฒนาชุมชน ตำรวจชุมชน รวมถึงโรงเรียนประชาบาลด้วย ราชการได้เข้ามารับหน้าที่เป็นกลไกจัดการปัญหาแทนชุมชนในนามของคำว่า “การพัฒนา” การสร้างฝาย ซ่อมสะพาน การไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง หรือแม้แต่การรักษาสุขภาพคนในชุมชนก็ได้เปลี่ยนเป็นหน้าที่ของข้าราชการไป
2.กลไกการปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้ามาในระยะหลัง แต่เป็นกลไกที่มีบทบาทสูงมากทั้งในทางการสร้างสรรค์และกรทำลายชุมชนแล้วแต่กรณี  นับตั้งแต่รูปแบบของสุขาภิบาลในอดีต  มาจนถึงองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ เทศบาล  ซึ่งใช้กลไกการเลือกตั้งเป็นเหตุผลในการแสดงถึงความเป็นตัวแทนของชุมชน  แทนที่กระบวนการการนำของผู้นำธรรมชาติในชุมชน มีหลายทัศนะที่เห็นสอดคล้องว่า  การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นกลไกที่ทำลายความเป็นชุมชนลงอย่างรุนแรง  เพราะการเลือกตั้งทำให้เกิดการแบ่งพวกแบ่งฝ่าย ต้องการเอาแพ้ชนะกัน  วิชามารก็ต้องใช้เพื่อให้ได้ชัยชนะ ทำให้ความเป็นพวกเดียวกันได้ถูกทำให้แตกแยกอย่างร้าวลึก  เมื่อมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นขึ้นบ่อยครั้ง  ทำให้ชุมชนยิ่งแตกแยก  หลายชุมชนแตกแยกจนยากที่จะเยียวยา 3.กลไกของภาคเอกชน  โดยเฉพาะกระแสบริโภคนิยมและการค้าขายที่เข้ามาในชุมชน  การส่งเสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยว  การเข้ามาของพ่อค้าคนกลาง  การเข้ามาของระบบเงินผ่อน  บัดนี้แม้หมู่บ้านที่ห่างไกลยังเสมือนมีการเชื่อมต่อกับประเทศที่อยู่คนละซีกโลก  จากการขายมันสำปะหลังให้สหภาพยุโรปและการซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้ในชุมชน การเข้ามาของกลไกตลาด  กลไกการเงินและวัฒนธรรมบริโภคนิยมในชนบท  ได้ทำให้ความเป็นชุมชนที่อ่อนแออยู่แล้ว อ่อนแอลงอีก เพราะกระบวนทัศน์แบบการตลาดนั้น  พืชผลมีไว้ขายไม่ใช่เพื่อแบ่งปัน  ชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อการบริโภคแบบคนเมือง  จึงคิดถึงปัจเจกคือตนเองก่อนชุมชน ขายทั้งผลผลิต  ขายทั้งทรัพยากรและขายแม้กระทั่งแรงงานที่อพยพไปสู่เมืองใหญ่  ความเป็นชุมชนจึงแทบจะสลายตัวไป
ทั้ง 3 กลไกใหม่ที่ถาโถมเข้าสู่ชุมชนชนบท มีทั้งส่วนดีที่นำความเจริญและการเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนชนบท แต่ความเป็นชุมชนที่เดิมเคยพึ่งตนเองและพึ่งกันเองได้นั้น ได้ถูกทำลายไปอย่างมาก จนยากที่จะกู่กลับ ถึงจะกู่กลับมาก็คงไม่เหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ทิศทางสู่การสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อชุมชนเป็นสุข ก็ยังเป็นทิศทางใหญ่ที่สำคัญและเป็นความหวังของการพัฒนาชนบทไทยที่ยั่งยืน ตัวอย่างของการนำทุนทางสังคมคือ “ความเป็นชุมชน” มาแก้ปัญหาจากแรงงานต่างด้าวของเครือข่ายมดแดง ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัด ภูเก็ต เป็นกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ ที่ตำบลกมลา  จังหวัดภูเก็ต  มีการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานจำนวนมาก  ทั้งในกิจการการก่อสร้าง การเป็นแรงงานประมง และการเป็นแรงงานในสวนยาง  เมื่อรัฐแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวด้วยการจดทะเบียนและจัดการตรวจโรคให้ หากใครไม่ทำตามกติกาก็จับและส่งกลับ  ซึ่งก็มีการกวาดล้างจริงจังน้อยครั้งมาก  แม้จะมีการจดทะเบียนตรวจโรคครบทุกคน  สภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของแรงงานต่างด้าวเหล่านั้น บ่อยครั้งที่ส่งผลกระทบถึงคนพื้นที่  ทั้งเรื่องขยะ น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล การทะเลาะวิวาท  โดยชุมชนมักยกปัญหาให้ทางราชการแก้ไข  ซึ่งแก้ได้เพียงครั้งคราวไม่ยั่งยืน คนในชุมชนกมลาได้รวมตัวกันเรียกตนเองว่า “เครือข่ายมดแดง”  ได้เข้ามาแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวด้วยตนเอง โดยการประสานงานไปยังหน่วยงานๆ ในท้องถิ่น เช่น หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับด้านสาธารณสุข เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน กลุ่ม อสม. องค์การบริหารส่วนตำบล และภาคเอกชนในพื้นที่ โดยกลุ่มผู้นำชุมชนและกำนันในพื้นที่ได้เข้าไปในแคมป์ของคนงาน ได้คุยกับคนที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ว่า ทางกลุ่มผู้นำมาดีและต้องการช่วยเหลือไม่ได้มาจับผิดอะไร
ชุมชนได้แสวงหาความร่วมมือกับทางโรงพยาบาลป่าตองจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่แรงงานพม่าจำนวน 2 วัน ในเรื่องของการดูแลสุขภาพตนเอง และอื่นๆ เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด การใช้ถุงยางอนามัย  รวมทั้งการส่งหมอมาดูสุขภาพของแรงงานและจัดการเรื่องน้ำในพื้นที่ด้วย โดยอีกทางหนึ่งกลุ่มผู้นำชุมชนได้ประสานงานกับผู้ประกอบการให้กั้นแนวเขตการใช้แหล่งต้นน้ำในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการค่อนข้างดี เช่น การสร้างส้วมเพิ่มเติมแม้จะยังไม่ครบตามจำนวนที่พอเพียง กรณีเครือข่ายมดแดง ได้สะท้อนความจริงของการจัดการสุขภาวะในพื้นที่ว่า “ปัญหาที่กระทบต่อสุขภาวะในชุมชนนั้น ชุมชนต้องแก้ไขด้วยตัวชุมชนเองจึงจะรอบด้านและยั่งยืน”
ความเป็นชุมชนจึงเป็นจุดแข็งที่สำคัญของความเป็นชนบท  แม้ว่าในวันนี้ทุกชุมชนจะมีพลังของความเป็นชุมชนที่อ่อนแอลง  แต่ก็ไม่ยากเย็นหากมีใครลงไปช่วยจัดกระบวนเพื่อฟื้นพลังแห่งความเป็นชุมชนกลับคืนมา  สุขภาวะในชนบทไทยก็จะฟื้นตัวด้วยเช่นเดียวกัน


@@@@@@@@@@@@@@@

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เมนูหลัก

มุมสมาชิก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน

แนะนำหนังสือ

The Doctor Communication HandbookThe Doctor Communication Handbook
เว็บไซท์นี้ออกแบบและทดสอบด้วยไฟร์ฟอกซ์!