คลินิกรักษาโรคทางไกล

การจัดการศึกษาและปรึกษาทางไกล
เพื่อสนับสนุนบริการเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการสุขภาพปฐมภูมิ
Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

Select language ไทย | English

ทิ้งคำถาม - รอคำตอบ

ถามตอบปัญหาปฐมภูมิ หากท่านมีข้อสงสัยเรื่องใด ๆ กรุณาทิ้งคำถามไว้ ทีมงานเราจะหาคำตอบมาให้ คลิก => ถามกันได้เลย นะคะ

ผื่นตามตัว

by จพ.รพสต.ระแว้ง @October,07 2010 14.09 ( IP : 118...32 ) | Tags : ทิ้งคำถาม - รอคำตอบ

เด็กอายุ 13เดือน น้ำหนัก11.1 กก มีไข้สูง 40องศาเซนเซียสเฉพาะเวลากลางคืน และจะมีผื่นแดงตามตัวเต็มตัว ไม่คัน ผื่นขึ้นก่อนไข้ สรุปเด็กเป็นอะไร (ผลเจาะเลือดไม่ได้เป็นไข้เลือดออก)

Comment #1
Posted @October,07 2010 15.14 ip : 202...248
Photo :  , 333x298 pixel 35,332 bytes

ไข้ออกผื่น มักจะเกิดจากไวรัส เรียกโดยรวมว่า Viral Exantheme เด็กไข้สูง  มีผื่นทั่งตัวแต่อาการอื่นไม่มี มีอยู่โรคหนึ่งเรียกชื่อภาษาไทยว่าไข้ดอกกุหลาบ Roseola Infantum

ลองดูภาพครับ  แต่หากมีอาการหรืออาการอื่นๆที่รุนแรงให้พบแพทย์ครับ  ถ้าโรคนี้พอไข้ลงเด็กจะสบาย  แต่ตอนไข้สูงอาจมีชักเพราะไข้ได้

Comment #2
Posted @October,07 2010 15.24 ip : 202...248

ขออภัยครับ

ไข้ผื่นกุหลาบครับอีกชื่อเรียกส่าไข้  ลองอ่านเปรียบเทียบดูนะครับ  และลองซักประวัติไข้ดูใหม่ เพราะประวัติไข้ที่ให้มาแตกต่างไป  ที่อาจจะต้องดูอีกอย่างคือผื่นจากการแพ้ยาหรือจากแมลงกัด

ส่าไข้ ส่าไข้ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในทารก เด็กจะมีอาการไข้สูงอยู่ 3-5 วัน พอไข้ลดก็จะมีผื่นแดง (ส่า) ขึ้นตามตัว ผู้ปกครองมักจะพาเด็กไปหาหมอ ตอนมีผื่นด้วยเกรงว่าจะเป็นหัด ทั้งๆ ที่เด็กมีอาการสบายดีแล้ว โรคนี้มักไม่มีอันตรายร้ายแรงอะไร นอกจากอาจมีอาการชักจากไข้

⇒ ชื่อภาษาไทย ⇒ ส่าไข้, ไข้ผื่นกุหลาบในทารก, หัดเทียม


⇒ชื่อภาษาอังกฤษ ⇒ Exanthem subitum, Roseolar infantum, Sixth disease, seudorubella

⇒ สาเหตุ ⇒
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง คือ ไวรัสฮิวแมนเฮอร์ปีส์ชนิด 6 (Human herpes virus type 6 หรือ HHV6) ซึ่งมีอยู่ในน้ำลายของคนเรา ติดต่อโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน

ระยะฟักตัว (นับตั้งแต่ติดเชื้อจนมีอาการแสดง) 5-15 วัน


⇒ อาการ ⇒
เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้ จะมีอาการไข้สูงขึ้น ฉับพลัน (อุณหภูมิ 39.5-40.5 องศาเซลเซียส)
และมักจะมีอาการตัวร้อนอยู่ตลอดเวลา กินยาลดไข้ มักจะไม่ค่อยทุเลา เด็กอาจมีอาการกระสับกระส่าย หรืองอแงบ้างเล็กน้อย แต่ยังร่าเริงแจ่มใส และดื่มนม ดื่มน้ำได้ เด็กส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการอย่างอื่นๆ ให้เห็น ยกเว้นบางคนอาจมีอาการน้ำมูกใส ไอ หรือท้องเสียเล็กน้อย

เด็กจะมีไข้อยู่นาน 3-5 วัน พอไข้ลง (ตัวเย็นเป็นปกติ หายงอแง ออกคลานหรือเดินวิ่งซนได้เหมือนปกติ) ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็จะมีผื่นแดงขึ้นตามลำตัว (ตามใบหน้าและแขนขาจะมีผื่นขึ้นน้อย) ผื่นจะมีอยู่นานนับเป็นชั่วโมง ๆ จนถึง 2 วันก็จะจางหายไปโดยฉับพลัน บางคนอาจมีไข้สูงอย่างเดียว โดยไม่มีผื่นขึ้นก็ได้ หรืออาจมีผื่นจางๆโดยพ่อแม่สังเกตไม่เห็นก็ได้ ทำให้วินิจฉัยไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นอะไร


⇒ การแยกโรค ⇒ 1.ถ้ามีไข้ร่วมกับ น้ำมูก ไอ ควรแยกออกจากไข้หวัด โดยที่ไข้หวัดจะมีไข้เป็นพักๆ เมื่อไข้ลงจะไม่มีผื่นขึ้น ส่วนส่าไข้จะมีไข้สูงอยู่ตลอดเวลา

2.ถ้ามีไข้ร่วมกับท้องเดิน ควรแยกออกจากอาการท้องเดินจากเชื้อ ไวรัสอื่นๆ โดยที่ส่าไข้จะมีไข้สูงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ข้อนี้ก็ให้การดูแลรักษาตามอาการคือให้ยาลดไข้ ให้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (ถ้าท้องเดิน) และเฝ้าติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิดซึ่งส่วนใหญ่มักจะหายได้เองภายใน 2-4 วัน

3.ในช่วงที่มีไข้สูง (ก่อนมีผื่นขึ้น) ควรแยกออกจากสาเหตุอื่น เช่น
o ไข้เด็งกี่ จะมีไข้สูงตลอดเวลาได้คล้ายๆ กัน o กรวยไตอักเสบ จะมีไข้สูง ซึม งอแง และอาจพบว่ามีปัสสาวะขุ่น o เยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะมีไข้สูง ซึม งอแง อาเจียน และชัก o หูชั้นกลางอักเสบ จะมีไข้สูง ร้องกวน เด็กอาจใช้นิ้วจับใบหูข้างที่อักเสบ
o ปอดอักเสบ จะมีไข้สูง งอแง ไอ และหายใจหอบ

4.เมื่อมีผื่นขึ้น ควรแยกออกจากสาเหตุอื่น เช่น
o หัด
จะมีไข้สูงตลอดเวลา ซึม มีน้ำมูก ไอ หน้าแดง ตาแดง มีผื่นแดงขึ้นวันที่ 4 ของไข้หลังมีผื่นขึ้นยังคงมีไข้สูงต่อไปอีก 3-4 วัน และมักพบในเด็กที่มีอายุหลัง 1 ขวบ ส่วนส่าไข้ตอนมีผื่นขึ้นมักจะไข้ลดลงดีแล้ว และมักพบในเด็กต่ำกว่า 1 ขวบ

o หัดเยอรมัน จะมีไข้และมีผื่นแดงขึ้น ไข้มักจะไม่สูงจัด และขึ้นเป็นพักๆ ผื่นอาจขึ้นก่อนหรือ หลังมีไข้ก็ได้ โรคนี้มักพบในเด็กโตและผู้ใหญ่เนื่องจากส่าไข้จะมีผื่นแดงแบบเดียวกับหัด และหัดเยอรมัน จนบางครั้งแยกกันไม่ได้ชัดเจน บางคนจึงนิยมเรียกว่า "หัดเทียม"

3.ผื่นแพ้ยา  เด็กที่เป็นไข้หลังได้รับยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ (เช่น อะม็อกซีซิลลิน) ก็อาจมีผื่นแดงขึ้นได้เช่นเดียวกัน


⇒ การวินิจฉัย ⇒ มักจะวินิจฉัยจากอาการไข้สูงตลอดเวลานาน 3-5 วัน หลังไข้ลดมีผื่นแดงขึ้นเมื่อมีผื่นขึ้นเด็กจะสบายดีเป็นปกติ นอกจากนี้อาจตรวจพบมีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณข้างคอและหลังหู ในรายที่ไม่มีผื่นขึ้นการตรวจเลือด อาจพบว่ามีปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ
ถ้าหากสงสัยโรคอื่นอาจทำการตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ เป็นต้น


⇒ การดูแลตนเอง ⇒ 1.ขณะมีไข้สูง ให้ทำการเช็ดตัว ให้เด็กดื่มน้ำมากๆ
2.ให้ดื่มนมตามปกติ 3.ให้ยาลดไข้-พาราเซตามอลครั้งละ 1-1 ช้อนชา ซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง เมื่อมีผื่นขึ้น และเด็กท่าทางสบายดี แสดงว่าหายไข้แล้ว ให้หยุดยาลดไข้ ผื่นจะจางหายภายใน 1-2 วัน

ควรพาเด็กไปพบแพทย์ เมื่อมีลักษณะ ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ 1.ดูแลรักษาตนเอง 3-5 วันแล้วไข้ยังไม่ลด 2.มีอาการกระสับกระส่าย งอแงมาก ไม่ยอมดื่มนม ซึม อาเจียน ชัก หายใจหอบ หรือปัสสาวะขุ่น 3.มีความวิตกกังวล หรือไม่มั่นใจที่จะดูแลรักษาตนเอง


⇒ การรักษา ⇒ เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดย การซักถามอาการและตรวจร่างกายเป็นหลัก ถ้าเป็นส่าไข้หรือโรคติดเชื้อไวรัสอื่นๆก็จะให้การรักษาตาม อาการ (เช่น ให้ยาลดไข้) แล้วรอให้โรคค่อยๆ ทุเลาไปเอง แต่เมื่อเด็กไปพบแพทย์เมื่อมีผื่นขึ้นแล้วและท่าทางสบายดี แพทย์ก็จะให้ความมั่นใจว่าเป็นเพียงส่าไข้ไม่ใช่หัดและไม่ต้องให้การรักษาอะไรอีกต่อไป แต่ถ้าเด็กมีอาการชักร่วมด้วย แพทย์อาจต้องทำการเจาะหลังเพื่อแยกออกจากโรคทางสมอง (เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ) ถ้าพบว่าเป็นเพียงชักจากไข้ ก็จะให้ยากันชัก(เช่น ไดอะซีแพม) กินควบกับยาลดไข้ จนกว่าไข้จะหาย


⇒ ภาวะแทรกซ้อน ⇒ ส่วนใหญ่จะหายได้เอง โดยไม่มีภาวะแทรก ซ้อนใดๆเด็กบางคนอาจมีอาการชักจากไข้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งถ้าเคยชักมาก่อนหรือมีประวัติว่ามีญาติพี่น้องเคยเป็นชักจากไข้บางคนอาจมีสมองอักเสบ
หรือเกล็ดเลือดต่ำ ได้ ซึ่งพบได้น้อยมาก เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้อไวรัสที่เป็นตัวก่อโรคอาจแฝงเร้นอยู่ในร่างกายนานๆ แล้วอาจมีการแบ่งตัวขึ้นใหม่ จนกลายเป็นโรครุนแรง ได้แก่ ตับอักเสบ ปอดอักเสบ ไขกระดูกไม่ทำงาน (ไม่สร้างเม็ดเลือด)


⇒ การดำเนินโรค ⇒ มักจะมีไข้อยู่ 3-5 วัน แล้วไข้จะลดเอง เมื่อไข้ลดจะมีผื่นแดงขึ้น ซึ่งเด็กจะสบายดี มีเพียงส่วนน้อยมากๆ ที่อาจมีภาวะแทรกซ้อน ดังกล่าว


⇒ การป้องกัน ⇒ โรคนี้ติดต่อทางการไอ จาม หายใจรดกัน จึงหาทางป้องกันได้ค่อนข้างลำบาก
ในปัจจุบันยังไม่มี วัคซีนป้องกัน


⇒ ความชุก ⇒ พบได้ในทารกแทบทุกคน พบในช่วงอายุ 6 เดือน 3  ขวบ แต่จะพบมากในช่วง 6-18 เดือน หลัง 18เดือนพบได้น้อย

Comment #3
ข้าว
Posted @May,26 2011 21.29 ip : 203...216

เป็นบทความที่มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าลูกมีอาการส่าไข้อยู่แน่ๆเลยค่ะ

Comment #4
za_pao
Posted @August,30 2011 08.49 ip : 1...219

เป็นประโยชอย่างมากเลยครับหายกังวลหน่อย ขอบคุณมากครับ

Comment #5เป็นผืน
นายศุภชัย
Posted @November,14 2011 15.45 ip : 125...51

ลูกสาวผมมีอาการคล้ายๆส่าไข้เป็นๆหาย๐แต่ก็ไม่ได้วัดไข้ขอบคุณครับสำหรับเวปนี้บางทีก็ต้องมีความรู้เบื้องต้นด้วยครับ

Comment #6ไข้ขึ้นสูง และมีผื่นหลังไข้ลด
สุชัญญา
Posted @November,25 2011 21.49 ip : 183...58

ลูกชายดิฉันอายุได้ 5 เดือน 15 วันค่ะ มีอาการไข้ขึ้นสูงตลอด ต้องเช็ดตัวทุกๆ นาที ที่ตัวร้อน ทานยาไข้ก้อไม่ลดค่ะ และมีอาการท้องเสียถ่ายเป็นน้ำวันละหลายๆ ครั้งค่ะ เป็นมาตั้งแต่วันอังคารที่ 22 พ.ย.54 จนมาถึงวันนี้ไข้ลดลงไม่มีตัวร้อนเลย แต่กลับมีผื่นแดงเหมือนกับที่คุณหมอแสดงรูปภาพตัวอย่างไว้ด้านบนค่ะ เป็นตามหน้า ตามตัวและข้อพับ และยังถ่ายเยอะเหมือนเดิม ไม่ทราบว่าดิฉันควรทำอย่างไรได้บ้างคะ พอดีไปซื้อยาเขียวมาไม่ทราบทานได้รึป่าว รบกวนคุณหมอตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

Comment #7
อมร
Posted @November,26 2011 08.55 ip : 118...18

ชงผงน้ำตาลเกลือแร่ให้ทาน

ถ้าไม่ได้ทานนมแม่  ให้ชงนมให้จางลง งดทานอาหารอื่นๆ เพื่อให้ลำไส้ได้พัก เมื่อไม่มีการท้องเสียแล้วค่อยกลับมาทานแบบปกติ แต่ถ้าอ่อนเพลียมาก หรือมีไข้ ให้พาไปพบแพทย์

Comment #8ตอนนี้ผื่นขึ้นเยอะกว่าเดิม
สุชัญญา
Posted @November,26 2011 11.40 ip : 183...58

เรียนคุณหมอ ตอนนี้ลูกชาย มีผื่นขึ้น ลักษณะขยายทั่วบริเวณหน้า ตาเริ่มบวม ไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายรึป่าวคะ รบกวนแนะนำอีกครั้งด้วยค่ะ

ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ ที่สร้างเวปนี้ขึ้นมา ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ทั้งหลายปฏิบัติได้อย่างถูกต้องค่ะ

Comment #9
อมร
Posted @November,27 2011 08.36 ip : 118...209

ลองให้ยากลุ่มแก้แพ้ เช่น คลอเฟนนิรามีน สำหรับเด็ก

แต่ถ้าไม่ดีขึ้น หรือมีอาการ ไข้ หรืออ่อนเพลียมาก พาเด็กไปพบแพทย์

Comment #10
อมร
Posted @November,27 2011 09.11 ip : 110...49

ไข้ผื่นกุหลาบในเด็กเล็ก หลังไข้ลด ผื่นขึ้น มักมีการบวมรอบตาโดยเฉพาะเปลือกตา  การรักษาโรครักษาตามอาการ  อาการจะหายได้เอง

ผมตัดตอนจากเอกสารวิชาการโรคผิวหนังมาให้ลองพิจารณาครับ

http://dermatology.cdlib.org/93/reviews/viral/scott.html

Roseola infantum (exanthem subitum)

The fever lasts 3-5 days, after which there is an abrupt defervescence, coinciding with rapid onset (subitum is latin for suddenly) of a rash within 24-48 hours. The exanthem consists of nonpruritic, rose-pink, 2-3-mm discrete macules and papules that blanch on pressure and are surrounded by white halos. The eruption is first seen on the trunk, then spreads to the neck and extremities. The rash fully evolves in 12 hours and lasts 1-2 days. Palpebral and periorbital edema (Berliner's sign, heavy eyelids, is quite common.[63] Because most cases are benign and self-limited. Treatment is supportive.[63]

Comment #11โรคสาไข้ หรือไวรัสลงกระเพาะครับ
ดำรงศํกดิ์
Posted @January,02 2012 11.59 ip : 115...118

ลูกชายผม 12 เดือน เป็นไข้ตัวร้อนตั้งแต่คืน 28 ธค 2554 อาการอาเจียนเมื่อกินอาหาร  กินนมได้บ้าง น้ำกินได้ ไปหาหมอวันที่ 29 วัดอุณหภูมิได้ 39 องศา  หมอบอกเป็นไวรัสลงกระเพาะจึงให้ ยาลดไข้แบบเบา และแบบแรง ,ยาฆ่าเชื้อ,เกลือแร่รสส้ม  มาทานครับ ผมสังเกตุว่า เช็ดตัว และกินยาไปก็จะไข้ลดดี พอผ่านไป 4-6 ชม ไข้ก็มาร้อนอีก เป็นอย่างนี้วนเวียนถึงวันที่ 1 มค 2555 ลูกอาการดี ไข้ลด แต่มีผื่นแดง แต่ยังถ่ายเหลวอยู่ ผมจึงไปหาหมออีก (เพราะผมสงสัยว่าเป็นโรคอะไรกันแน่)  หมอบอกว่าเป็นไวรัสลงกระเพราะ (หมอคนละคน แต่โรงบาลเดิม) มีไข้ 38 องศา ให้ยาทำให้อุจจะระแข็งขึ้น ,ให้นมถั่วเหลืองมาทาน แทนนมปกติ  จนกระทั่งวันนี้ วันที่ 2 มค 2555 ไม่มีไข้แล้ว  ผื่นแดงเยอะมากขึ้นดังรูปครับ

http://pic.free.in.th/id/1d0143f8f25b62c3b3fbee44615b3163

http://pic.free.in.th/id/0e8bb80b5e910e4fa3242c38c79185f8

http://pic.free.in.th/id/08dc768c7f41e5b40723a4028ea42751

ตั้งแต่วันที่ 1-2  ยังทานข้าวต้มได้ 5-6คำ และนมถั่วเหลืองได้น้อยอยู่  ,น้ำทานได้ดีครับ ,ถ่ายเหลวออกมานิดหน่อยเองครับ รบกวนคุณหมอช่วยวินิฉัยให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ และสวัสดีปีใหม่ครับ....

Comment #12
อมร
Posted @January,02 2012 13.44 ip : 118...136

ผมยังเปิดรูปดูไม่ได้

คำแนะนำคือ โดยทั่วไปจะเป็นกลุ่มไข้ออกผื่นจากไวรัส  หากไข้ลงผื่นขึ้นและเด็กสบาย ร่าเริง ก้ไม่ต้องกังวลให้ทานน้ำเกลือหรือข้าวต้มก่อนก็จะดี เมื่อไม่มีถ่ายเหลวค่อยเริ่มทานนม

แต่ถ้าเด้กไม่ร่าเริง ทานไม่ได้ มีอาการอื่นๆร่วมเช่นไอ ท้องเสีย  หอบเหนื่อย หรือไข้ขึ้นมาใหม่ ก็พาไปพบแพทย์อีกครั้ง  ยาแก้อักเสบบางตัวก็ทำให้ถ่ายเหลวได้

Comment #13
อมร
Posted @January,02 2012 13.49 ip : 118...136

@ดำรงศักดฺ์ ดูรูปได้แล้วครับ น่าจะเป็นกลุ่มส่าไขหรือไข้ผื่นกุหลาบ  ที่สำคัญคือหลังจากไข้ลด ผื่นขึ้น  เด็กจะสบายขึ้น  ไม่ทราบน้องดีขึ้นแล้วหรือเปล่า ถ้าดีขึ้นแล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผื่น  จะค่อยๆหายไป แต่ถ้ายังมีอาการอื่นๆอาจต้องย้อนไปพบแพทย์

Comment #14โรคสาไข้ หรือไวรัสลงกระเพาะครับ
ดำรงศํกดิ์
Posted @January,02 2012 15.05 ip : 58...78

ขอบคุณครับ คุณหมอ  ผมสบายใจขึ้นเยอะเลยครับ ตอนนี้น้องหายไข้แล้วครับ ส่วนผื่นแดง เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ  ครับ  ตาปูดๆเหมือนใจรูปครับ ส่วนเรื่องทานนม,ข้าวต้ม,โจ๊ก ยังทานได้น้อยครับ ครั้งละ 5-6 คำ ก็พยายามให้เกลือแร่รสส้ม อยู่ครับ  แต่มีปัญหาว่าน้อง ได้กลิ่นแล้วไม่กินครับ  มีวิธีหรือเทคนิคให้ทานน้ำเกลือแร่ไหมครับ ส่วนน้ำเปล่ายังทานได้ดีครับ

ขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ดำรงศักดิ์ และครอบครัว

Comment #15
อมร
Posted @January,02 2012 19.03 ip : 118...136

@ดำรงศักดิ์ ให้ทานข้าวต้มเปลา่ ใส่น้ำเยอะหน่อยใส่เกลือเล็กน้อย น่าจะดีกว่าน้ำเกลือด้วย

Comment #16
ดำรงศักดิ์
Posted @January,02 2012 21.23 ip : 58...78

ขอบคุณ คุณหมอเป็นอย่างสูงอีกครั้งครับ ขอให้เวปดีๆ แบบนี้อยู่กับเราไปนานๆ 10,000 ปี 10,000 ปีครับ

Comment #17
ืnongan
Posted @February,03 2012 10.47 ip : 118...78

ตอนนี้ลูกสาวมีอาการเป็นโรคส่าไข้ครั้งนี่้เป็นครั้งที่ 3แล้ว ครั้งแรกประมาณ 7เดือน ครั้ง 2 ประมาณ9 เดือน ครั้ง 3นี่้ก็ 11 เดือน อยากทราบว่าเป็นไปได้ไหมคะที่เด็กคนหนึ่งจะเป็นได้หลายครั้ง แล้วติดต่อจากใครได้บ้างเพราะที่บ้านก็มีเด็กแค่คนเดียวค่ะ

Comment #18ส่าไข้
dew
Posted @February,03 2012 18.02 ip : 110...161

ลูกสาวเป็นแบบนี้เหมือนกันเลย แล้วกี่วันคะผื่นแดงจึงจะหาย (กินยาเขียวได้ป่าวคะ) ตอนนี้ลูก 8 เดือน ครึ่งแล้วค่ะ

Comment #19
นาย เทวัญ หิงห้อยทอง
Posted @February,04 2012 02.08 ip : 125...220

สวัสดีครับ คุณหมอ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ หลังจากได้อ่านข้อตวามด้านบน มีประโยชน์มากมายมหาศาลเลยครับ :)

ผมอยากปรึกษาตรับ ลูกสาวผมอายุ 16 เดือน 2-09-53 คือเมื่อวันที่ 19 มกราคม 55 ไข้สูงขึ้นเฉียบพลัน แล้วมีอาการชักเกร็ง นานประมาณซัก 10 นาที แม่เด็กตกใจมากอะไรไม่ถูก พยามเรียกลูกตลอดเวลา มีเป่าปาก และ ปั้มหัวใจด้วย. หลังจากนั้นน้องก็มีสติ. วันที่ 20 มกราคม 55 ตรวจเลือด เจาะหลัง สแกนคลื่นสมอง มีอาการไข้ไม่สูงมาก อยู่ ร.พ. 7 วัน แต่ผลต่างๆ ยังไม่ออก กับบ้านได้ประมาณ 4 วัน เช้าวันที่ 29 มกราคม รู้สึกว่าลูกตัวร้อนอีกแล้ว วันที่ 1ก.พ. 55เข้า ร.พ. อีก อาการคือ มีไข้ตลอดเวลา 38 .7 - 40.3  เช็ดตัวตลอดเวลา ไข้ไม่ลง มีอาการหนาวสั่น ตัวคล้ำ มีจุด ผื่นแดงๆ ขึ้นที่ฝ่าเท้า มือ แขน คอ มีน้ำมูก วันนี้ 2 กพ. 55 อาการเหมื่อนเดิม

ทราบว่าลูกสาวสผมเป็น อะไร ครับ

Comment #20
อมร
Posted @February,05 2012 06.45 ip : 203...112

@ เทวัญ นำบุตรไปปรึกษาแพทย์ผู้รักษา หรือถ้าไม่แน่ใจไปปรึกษากุมารแพทย์ท่านอื่น

อาจมีโรคใหม่แทรก

แสดงความคิดเห็น

« 0670
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง